เมืองนาโปลีและเมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองใหญ่ 2 แห่งล่าสุดของอิตาลี ที่จะถูกเลื่อนระดับเข้าสู่ “พื้นที่สีแดง” ซึ่งหมายถึงมีอัตราการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 “ในระดับวิกฤติ” ตั้งแต่ต้นสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีออกแถลงการณ์ว่า แคว้นคัมปาเนีย ซึ่งมีเมืองเอกคือเมืองนาโปลี และแคว้นทอสคานาหรือทัสคานี ซึ่งมีเมืองเอกคือเมืองฟลอเรนซ์ เตรียมเข้าสู่การเป็น “พื้นที่สีแดง” จากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 นับตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป

สำหรับแคว้นซึ่งอยู่ในกลุ่มนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงแคว้นลอมบาร์เดียซึ่งมีเมืองมิลานเป็นเมืองเอก และแคว้นคาลาเบรียซึ่งอยู่ตอนใต้สุดของอิตาลี หรือส่วนที่เรียกว่า “รองเท้าบูท” มีเมืองเอกคือเมืองคาตันซาโร ทั้งนี้ รัฐบาลอิตาลีกำหนดเกณฑ์ควบคุมโรค 3 ระดับ หรือ “เทียร์ 3 ขั้น” เมื่อต้นเดือนนี้ โดยขั้นต่ำสุดคือสีเหลือง สูงขึ้นมาเป็นสีส้ม และสูงสุดคือสีแดง โดยแคว้นลัตซีโยหรือลาซีโอ สถานที่ตั้งของกรุงโรม และแคว้นเวเนโตซึ่งมีเมืองเอกคือเมืองเวนิส เป็นเพียงพื้นที่ไม่กี่แห่งซึ่งยังอยู่ในระดับสีเหลือง

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีแสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก ต่อการที่ระบบสาธารณสุขขแงหลายแคว้นเผชิญกับภาวะเสี่ยงต่อการล่มสลาย จากการที่รายงานสถิติในรอบ 24 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นปรากฏว่า จำนวนผู้ป่วยใหม่รายวันอยู่ที่ 40,902 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอย่างน้อย 1,107,303 คน รักษาหายแล้ว 399,238 คน เพิ่มขึ้น 11,480 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 44,139 คน เพิ่มขึ้น 550 คน